Fume Hood คืออะไร และทำไมจึงสำคัญในห้องปฏิบัติการ
ในห้องปฏิบัติการที่มีการใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัย งานวิเคราะห์ งานควบคุมคุณภาพ หรือการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานถือเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ เพราะสารเคมีหลายชนิดอาจเกิดไอระเหย กลิ่น ควัน ละออง หรือไอสารที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ดวงตา รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านไฟไหม้หรือการระเบิดได้ หากไม่มีระบบควบคุมที่เหมาะสม
Fume Hood หรือ ตู้ดูดควันสารเคมี คืออุปกรณ์ด้านความปลอดภัยในห้องแล็บที่ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมและดูดไอระเหย ควัน กลิ่น ละออง และสารปนเปื้อนทางอากาศออกจากพื้นที่ทำงาน โดยอาศัยการไหลเวียนของอากาศเข้าสู่ตัวตู้ และระบายออกผ่านระบบท่อหรือระบบกรองตามประเภทของตู้
สำนักงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของสหรัฐอเมริกา หรือ OSHA ระบุว่า Fume Hood มักเป็นอุปกรณ์ควบคุมหลักในการปกป้องผู้ปฏิบัติงานเมื่อต้องทำงานกับสารเคมีที่ติดไฟหรือเป็นพิษ ขณะที่ UC Berkeley EH&S อธิบายว่า Fume Hood ช่วยปกป้องผู้ใช้งานโดยการกักและระบายอันตรายทางอากาศออกจากพื้นที่ทำงาน พร้อมทั้งบานเลื่อนของตู้ยังช่วยเป็นเกราะป้องกันในกรณีเกิดไฟหรือการระเบิดภายในตู้ได้ด้วย
ดังนั้น ห้องแล็บที่ใช้สารเคมีเป็นประจำจึงไม่ควรมอง Fume Hood เป็นเพียง “เฟอร์นิเจอร์ห้องแล็บ” แต่ควรมองเป็น ระบบความปลอดภัยหลัก ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อบุคลากร เครื่องมือ และสภาพแวดล้อมภายในห้องปฏิบัติการ

ห้องแล็บแบบใดที่ควรมี Fume Hood
ห้องแล็บที่ควรพิจารณาติดตั้ง Fume Hood ได้แก่ ห้องปฏิบัติการที่มีการใช้งานสารเคมีระเหยง่าย สารกัดกร่อน สารไวไฟ สารพิษ สารมีกลิ่นรุนแรง หรือสารเคมีที่ยังไม่ทราบความเสี่ยงชัดเจน โดยแนวทางของ Cornell EHS แนะนำให้ใช้ Chemical Fume Hood เมื่อทำงานกับสารเคมีที่ระเหยง่าย ไวไฟ กัดกร่อน เป็นพิษ ทำปฏิกิริยาได้ง่าย หรือเป็นสารไม่ทราบชนิด
ตัวอย่างห้องแล็บที่เหมาะกับการใช้งาน Fume Hood เช่น
- ห้องแล็บเคมีวิเคราะห์
- ห้องแล็บวิจัยและพัฒนา
- ห้องแล็บ QC / QA
- ห้องแล็บโรงงานอุตสาหกรรม
- ห้องแล็บอาหาร ยา เครื่องสำอาง และสมุนไพร
- ห้องแล็บสิ่งแวดล้อม
- ห้องแล็บมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา
- ห้องเตรียมสารละลายและตัวอย่าง
- ห้องแล็บที่ใช้กรด ด่าง ตัวทำละลาย หรือสารอินทรีย์ระเหยง่าย
แม้บางงานจะใช้สารเคมีในปริมาณไม่มาก แต่หากสารนั้นมีไอระเหย เป็นพิษ มีกลิ่นฉุน หรืออาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างการทดลอง การใช้งานภายใน Fume Hood จะช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมาก
เหตุผลที่ห้องแล็บใช้สารเคมีควรมี Fume Hood
1. ช่วยลดการสัมผัสไอระเหยและสารเคมีอันตราย
สารเคมีบางชนิดสามารถระเหยออกมาในอากาศได้ แม้ในขณะเปิดขวด ถ่ายเทสาร ผสมสาร ให้ความร้อน หรือทำปฏิกิริยา หากผู้ปฏิบัติงานสูดดมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังได้
Fume Hood ช่วยดึงอากาศจากด้านหน้าตู้เข้าไปภายใน และนำไอระเหยหรือควันออกจากบริเวณที่ผู้ใช้งานหายใจ จึงช่วยลดโอกาสการสัมผัสสารปนเปื้อนทางอากาศได้ดีขึ้น National Academies ระบุแนวคิดสำคัญในการควบคุมการสัมผัสสารทางอากาศว่า วิธีที่ดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้สารเหล่านั้นหลุดออกสู่บรรยากาศการทำงาน โดยใช้ Hood และระบบระบายอากาศเฉพาะจุด
2. ลดกลิ่นรบกวนภายในห้องแล็บ
ห้องแล็บที่ใช้สารเคมี เช่น ตัวทำละลาย กรด ด่าง สารอินทรีย์ หรือสารมาตรฐานบางประเภท มักพบปัญหากลิ่นรุนแรง กลิ่นฉุน หรือกลิ่นตกค้างภายในห้อง หากไม่มีระบบดูดอากาศเฉพาะจุด กลิ่นเหล่านี้อาจกระจายไปทั่วห้องแล็บ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกไม่สบาย ระคายเคือง หรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
การใช้ Fume Hood ช่วยควบคุมแหล่งกำเนิดกลิ่นตั้งแต่จุดที่ทำงานกับสารเคมี ทำให้บรรยากาศภายในห้องแล็บสะอาดขึ้น ลดกลิ่นรบกวน และช่วยให้บุคลากรทำงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
3. เพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องใช้สารไวไฟหรือสารระเหยง่าย
สารไวไฟและตัวทำละลายอินทรีย์หลายชนิดสามารถเกิดไอระเหยที่ติดไฟได้ หากมีการสะสมของไอสารในพื้นที่ปิดและมีแหล่งกำเนิดประกายไฟ อาจเกิดเหตุการณ์อันตรายได้ Fume Hood ช่วยลดการสะสมของไอสารในบริเวณปฏิบัติงาน โดยระบายอากาศออกอย่างต่อเนื่องเมื่อระบบทำงานถูกต้อง
OSHA แนะนำให้ใช้ระบบระบายอากาศที่เหมาะสม เช่น Fume Hood เมื่อต้องถ่ายเทสารอันตรายบางประเภท แม้จะเป็นปริมาณเล็กน้อยก็ตาม
4. ช่วยปกป้องผู้ปฏิบัติงานจากการกระเด็นของสารเคมี
นอกจากการดูดไอระเหยแล้ว บานกระจกหรือ Sash ของ Fume Hood ยังช่วยเป็นแนวกั้นระหว่างผู้ใช้งานกับสารเคมีภายในตู้ ในกรณีที่มีสารกระเด็น ภาชนะตกแตก การเดือดพุ่ง หรือเกิดปฏิกิริยาไม่คาดคิด บานตู้สามารถช่วยลดโอกาสที่สารจะกระเด็นมาถูกใบหน้า ดวงตา หรือร่างกายของผู้ปฏิบัติงานได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานควรปรับระดับบาน Sash ให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตหรือหน่วยงานความปลอดภัยกำหนด และไม่ควรเปิดบานตู้สูงเกินความจำเป็นระหว่างทำงาน
5. ช่วยควบคุมคุณภาพอากาศในห้องปฏิบัติการ
ห้องแล็บที่มีการใช้สารเคมีบ่อยครั้ง หากระบบระบายอากาศไม่เหมาะสม อาจเกิดการสะสมของไอระเหย สารปนเปื้อน หรือกลิ่นตกค้าง ส่งผลต่อทั้งสุขภาพของบุคลากรและความน่าเชื่อถือของสภาพแวดล้อมการทำงาน
Fume Hood ที่ออกแบบและติดตั้งอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การควบคุมมลพิษทางอากาศในห้องแล็บทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในจุดที่มีการเปิดใช้สารเคมีหรือเกิดไอระเหยโดยตรง
6. ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของห้องแล็บ
ห้องปฏิบัติการที่มีระบบความปลอดภัยครบถ้วน เช่น Fume Hood, Safety Cabinet, Emergency Shower, Eye Wash, Gas Detector และระบบระบายอากาศที่เหมาะสม ย่อมสะท้อนถึงความใส่ใจในมาตรฐานการทำงานและความปลอดภัยของบุคลากร
สำหรับองค์กรที่ต้องผ่านการตรวจประเมิน เช่น โรงงาน ห้องแล็บ QC ห้องแล็บวิจัย มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานราชการ การมี Fume Hood ที่เหมาะสมและได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ยังช่วยเพิ่มความพร้อมในการตรวจสอบด้านความปลอดภัยและระบบห้องปฏิบัติการอีกด้วย
เลือก Fume Hood อย่างไรให้เหมาะกับห้องแล็บ
การเลือก Fume Hood ไม่ควรเลือกจากขนาดหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจากลักษณะงาน ประเภทสารเคมี ปริมาณการใช้งาน พื้นที่ติดตั้ง และระบบระบายอากาศของอาคาร โดยปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่
ประเภทของสารเคมีที่ใช้
หากใช้งานกรดเข้มข้น สารกัดกร่อน ตัวทำละลายอินทรีย์ หรือสารมีกลิ่นรุนแรง ควรเลือกวัสดุภายในตู้และระบบท่อที่ทนต่อสารเคมีนั้น ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงจากการกัดกร่อน
ขนาดของ Fume Hood
ควรเลือกขนาดตู้ให้เหมาะกับพื้นที่และลักษณะการทำงาน เช่น ขนาด 4 ฟุต 5 ฟุต 6 ฟุต หรือขนาดเฉพาะตามพื้นที่จริง หากต้องวางเครื่องมือหรืออุปกรณ์ภายในตู้ ควรเผื่อพื้นที่ทำงานให้เพียงพอ ไม่วางของแน่นจนขวางการไหลของอากาศ
ระบบระบายอากาศ
Fume Hood แบบต่อท่อออกนอกอาคารเหมาะกับงานสารเคมีทั่วไปที่ต้องการระบายไอสารออกจากพื้นที่ปฏิบัติงาน ส่วน Fume Hood แบบมีระบบกรองหรือ Ductless Fume Hood ควรพิจารณาอย่างระมัดระวังตามชนิดของสารเคมีและชนิดของไส้กรอง เพราะไม่ใช่ทุกสารจะเหมาะกับระบบกรองแบบหมุนเวียนอากาศกลับเข้าห้อง
วัสดุของตัวตู้และ Top Work
วัสดุที่ดีควรทนสารเคมี ทำความสะอาดง่าย และเหมาะกับการใช้งานจริง เช่น Phenolic Resin, Epoxy Resin, Stainless Steel หรือวัสดุเฉพาะทาง ขึ้นอยู่กับประเภทสารที่ใช้ในห้องแล็บ
อุปกรณ์เสริมด้านความปลอดภัย
Fume Hood ที่ดีควรมีอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัย เช่น Airflow Monitor, Alarm, ระบบไฟส่องสว่าง, ปลั๊กไฟ, ก๊อกน้ำ, ก๊อกแก๊ส, Sink หรือระบบควบคุมการไหลของอากาศตามความเหมาะสม

มี Fume Hood แล้ว ทำไมยังต้องทำ PM Hood
การมี Fume Hood เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีการตรวจเช็กและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะประสิทธิภาพของตู้ดูดควันอาจลดลงจากหลายปัจจัย เช่น พัดลมเสื่อม ท่ออุดตัน ความเร็วลมไม่เหมาะสม บาน Sash ฝืด ระบบไฟหรือสัญญาณเตือนผิดปกติ หรือมีการวางของภายในตู้จนขวางทางลม
การทำ PM Hood หรือ Preventive Maintenance สำหรับ Fume Hood จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าตู้ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
รายการตรวจเช็กที่ควรทำเป็นประจำ เช่น
- ตรวจสอบความเร็วลมหน้า Sash
- ตรวจสอบการไหลของอากาศ
- ตรวจสอบเสียงและการทำงานของพัดลม
- ตรวจสอบสภาพท่อและจุดต่อระบบ Exhaust
- ตรวจสอบบาน Sash และรางเลื่อน
- ตรวจสอบระบบไฟ ปลั๊ก และอุปกรณ์เสริม
- ตรวจสอบสภาพพื้นผิวภายในตู้
- ทำความสะอาดและประเมินความพร้อมใช้งาน
UC Berkeley EH&S ระบุว่าควรมีการทดสอบ Fume Hood เป็นประจำเพื่อตรวจยืนยันการทำงานตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และตู้ที่ไม่ผ่านการตรวจไม่ควรใช้สำหรับจัดการสารเคมีอันตราย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้งาน Fume Hood
แม้ Fume Hood จะเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญ แต่หากใช้งานไม่ถูกต้องก็อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงได้ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่
- เปิดบาน Sash สูงเกินไปขณะทำงาน
- วางอุปกรณ์หรือขวดสารเคมีแน่นเกินไป
- วางของขวางช่องลมด้านในตู้
- ใช้ Fume Hood เป็นที่เก็บสารเคมีถาวร
- ไม่เปิดระบบดูดอากาศก่อนใช้งาน
- ไม่ตรวจสอบ Airflow ก่อนเริ่มงาน
- ใช้งานตู้ที่มีเสียงผิดปกติหรือดูดลมไม่ดี
- ไม่ทำ PM Hood เป็นระยะ
- ดัดแปลงระบบท่อหรือพัดลมโดยไม่ประเมินทางวิศวกรรม
การฝึกอบรมผู้ใช้งานและการตรวจเช็กตู้เป็นประจำจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ Fume Hood ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
Fume Hood จาก AxxoChem สำหรับห้องแล็บที่ต้องการความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
AxxoChem ให้บริการด้าน Fume Hood, ตู้ดูดควันสารเคมี, ระบบห้องปฏิบัติการ และ PM Hood สำหรับห้องแล็บหลากหลายประเภท ทั้งห้องแล็บอุตสาหกรรม ห้องแล็บวิจัย ห้องแล็บมหาวิทยาลัย ห้องแล็บโรงงาน ห้องแล็บ QC และห้องแล็บหน่วยงานราชการ
เราช่วยให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกประเภทตู้ ขนาด วัสดุ ระบบระบายอากาศ อุปกรณ์เสริม ไปจนถึงการตรวจเช็กและบำรุงรักษา เพื่อให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานจริงของแต่ละห้องปฏิบัติการ
บริการที่เกี่ยวข้องจาก AxxoChem ได้แก่
- จำหน่ายและติดตั้ง Fume Hood
- ให้คำปรึกษาเลือกตู้ดูดควันสารเคมีให้เหมาะกับงาน
- ออกแบบระบบระบายอากาศสำหรับห้องแล็บ
- ตรวจเช็กประสิทธิภาพ Fume Hood
- บริการ PM Hood / Preventive Maintenance
- ตรวจสอบความเร็วลมและการทำงานของระบบดูดอากาศ
- แนะนำการใช้งานและการดูแลรักษาเบื้องต้น
หากห้องแล็บของคุณมีการใช้สารเคมีเป็นประจำ การเลือก Fume Hood ที่เหมาะสมตั้งแต่แรก และดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง คือการลงทุนด้านความปลอดภัยที่คุ้มค่าในระยะยาว
Fume Hood คืออุปกรณ์ที่ห้องแล็บใช้สารเคมีไม่ควรมองข้าม

Fume Hood เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับห้องแล็บที่ใช้สารเคมี เพราะช่วยลดการสัมผัสไอระเหย ควัน กลิ่น สารอันตราย และช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ห้องแล็บที่มี Fume Hood ที่เหมาะสม ติดตั้งถูกต้อง และได้รับการ PM อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการทำงานกับสารเคมี เพิ่มความมั่นใจให้บุคลากร และช่วยยกระดับมาตรฐานของห้องปฏิบัติการให้ดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
หากคุณกำลังมองหา Fume Hood สำหรับห้องแล็บ, ต้องการ ติดตั้งตู้ดูดควันสารเคมี, หรือมองหาทีมงานสำหรับ PM Hood และตรวจเช็กระบบดูดอากาศในห้องแล็บ สามารถติดต่อ AxxoChem เพื่อรับคำแนะนำจากทีมงานที่เข้าใจงานห้องปฏิบัติการและความปลอดภัยในการใช้สารเคมี
ติดต่อสอบถาม AxxoChem
โทร. 02-346-9239, 062-417-8298
Line OA: @Axxochem
เว็บไซต์: www.axxo.co.th
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Fume Hood
Fume Hood จำเป็นสำหรับห้องแล็บทุกประเภทไหม
ไม่จำเป็นสำหรับทุกห้องแล็บ แต่หากห้องแล็บนั้นมีการใช้สารเคมีที่มีไอระเหย กลิ่น ควัน สารไวไฟ สารกัดกร่อน หรือสารเป็นพิษ ควรมี Fume Hood เพื่อช่วยควบคุมความเสี่ยงในการทำงาน
Fume Hood ต่างจากตู้ชีวนิรภัยอย่างไร
Fume Hood ใช้สำหรับควบคุมไอระเหย ควัน และสารเคมีอันตราย ส่วนตู้ชีวนิรภัย หรือ Biosafety Cabinet ใช้สำหรับงานด้านชีวภาพที่ต้องควบคุมการปนเปื้อนของเชื้อหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ดังนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะกับประเภทงาน
Fume Hood ต้องทำ PM บ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปควรตรวจเช็กเป็นประจำตามแผนความปลอดภัยของหน่วยงาน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน ประเภทสารเคมี และข้อกำหนดภายในของแต่ละองค์กร
ใช้ Fume Hood เป็นที่เก็บสารเคมีได้ไหม
ไม่ควรใช้ Fume Hood เป็นพื้นที่เก็บสารเคมีถาวร เพราะอาจขวางทางลม ลดประสิทธิภาพการดูดอากาศ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ควรเก็บสารเคมีในตู้เก็บสารเคมีที่เหมาะสมแทน
หาก Fume Hood ดูดลมเบาลงควรทำอย่างไร
ควรหยุดใช้งานกับสารเคมีอันตราย และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที เพราะอาจเกิดจากพัดลมเสื่อม ท่ออุดตัน ระบบ Exhaust มีปัญหา หรือความเร็วลมไม่อยู่ในช่วงที่เหมาะสม






