อันตรายจากแก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการ เรื่องเล็กที่อาจกลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง
ระบบแก๊สเป็นส่วนสำคัญของห้องปฏิบัติการจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องวิเคราะห์ทางเคมี ห้องวิจัย มหาวิทยาลัย ห้อง QC หรือห้องปฏิบัติการภายในโรงงาน โดยเฉพาะเครื่องมือที่ต้องใช้แก๊ส เช่น GC, GC-MS, ICP, Reactor, Gas Chromatography และเครื่องมือวิเคราะห์เฉพาะทาง
แก๊สที่พบได้ในห้องปฏิบัติการมีหลากหลายชนิด เช่น Nitrogen (N₂), Hydrogen (H₂), Helium (He), Argon (Ar), Oxygen (O₂), Carbon Dioxide (CO₂) และ Air ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและความเสี่ยงแตกต่างกัน
สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “แก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการ” (Laboratory Gas Leak) เพราะการรั่วเพียงเล็กน้อยจากข้อต่อ วาล์ว Regulator หรือระบบท่อ หากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจพัฒนาเป็นความเสี่ยงต่อบุคลากร เครื่องมือ และทรัพย์สินได้
OSHA ระบุว่าความเสี่ยงจากระบบแก๊สอัดแรงดันสามารถเกี่ยวข้องกับการแทนที่ออกซิเจน การเกิดไฟไหม้ การระเบิด การสัมผัสแก๊สพิษ รวมถึงอันตรายทางกายภาพจากระบบแรงดันสูง จึงจำเป็นต้องมีการจัดเก็บ ใช้งาน และควบคุมอย่างเหมาะสม
แก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการเกิดจากอะไร?
หลายคนอาจคิดว่าแก๊สรั่วต้องเกิดจากท่อแตกหรือถังแก๊สเสียหายเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ระบบ Gas Line ประกอบด้วยอุปกรณ์หลายส่วน และทุกจุดเชื่อมต่อสามารถกลายเป็นจุดเสี่ยงได้หากติดตั้งหรือบำรุงรักษาไม่เหมาะสม
1. ข้อต่อและ Fitting หลวม
ข้อต่อระหว่างถังแก๊ส Regulator ท่อ และเครื่องมือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะมีการถอดประกอบ เปลี่ยนถัง หรือปรับระบบอยู่เป็นระยะ
หากติดตั้งไม่ถูกต้อง ใช้อุปกรณ์ไม่เหมาะกับชนิดแก๊ส หรือข้อต่อเริ่มเสื่อมสภาพ อาจเกิดการรั่วแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยผู้ใช้งานไม่ทันสังเกต
2. Pressure Regulator เสื่อมสภาพหรือเลือกไม่เหมาะกับแก๊ส
Pressure Regulator หรือ ตัวปรับแรงดันแก๊ส ทำหน้าที่ลดและควบคุมแรงดันจากแหล่งจ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อเครื่องมือ
การเลือก Regulator จึงต้องพิจารณาทั้งชนิดแก๊ส แรงดันขาเข้า แรงดันขาออก วัสดุ และความเหมาะสมกับกระบวนการ เพราะแรงดันที่ไม่เหมาะสมสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบท่อ วาล์ว และอุปกรณ์ปลายทางได้
3. Valve เสื่อมหรือปิดไม่สนิท
วาล์วถูกเปิดและปิดเป็นประจำ เมื่อใช้งานเป็นเวลานาน อุปกรณ์ภายในอาจเกิดการสึกหรอหรือซีลเสื่อม ทำให้เกิดการรั่วซึมได้
หากพบแรงดันลดลงผิดปกติทั้งที่ไม่ได้ใช้งานแก๊ส จึงไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นเพราะแก๊สในถังหมด แต่ควรตรวจสอบทั้ง Valve, Regulator, Fitting และระบบท่อร่วมด้วย
4. ท่อ Gas Line เสียหาย
ระบบท่ออาจได้รับผลกระทบจาก
- การติดตั้งที่ไม่เหมาะสม
- การกระแทก
- การดัดหรือเคลื่อนย้าย
- การสั่นสะเทือนของเครื่องจักร
- การเสื่อมสภาพของข้อต่อ
- การดัดแปลงหรือเพิ่มจุดจ่ายภายหลัง
- การใช้วัสดุไม่เหมาะกับชนิดของแก๊ส
ดังนั้นการตรวจเฉพาะถังแก๊สอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องตรวจระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึง Gas Outlet และเครื่องมือปลายทาง
5. การเปลี่ยนถังแก๊สและต่อระบบไม่ถูกวิธี
ช่วงเปลี่ยนถังเป็นอีกช่วงหนึ่งที่มีการเปิดและถอดอุปกรณ์ของระบบ OSHA มีแนวทางให้ถังแก๊สอัดแรงดันถูกยึดให้อยู่ในตำแหน่งมั่นคง และปิดวาล์วเมื่อเลิกใช้งานหรือเมื่อมีการเคลื่อนย้าย เพื่อควบคุมความเสี่ยงจากถังและแรงดันภายใน
5 อันตรายจากระบบแก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการ
1. ความเข้มข้นของออกซิเจนภายในพื้นที่ลดลง
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้คือ
“ถ้าเป็นแก๊สที่ไม่ติดไฟ เช่น Nitrogen หรือ Argon ก็ไม่น่าจะอันตราย”
ในความเป็นจริง แก๊สบางชนิดแม้ไม่ติดไฟ แต่อาจเข้าไปแทนที่อากาศและลดปริมาณออกซิเจนภายในพื้นที่ได้ โดยเฉพาะพื้นที่ขนาดเล็ก ห้องปิด หรือพื้นที่ที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอ
OSHA จัด oxygen displacement เป็นหนึ่งในอันตรายสำคัญของ compressed gases
ดังนั้นระบบ Nitrogen, Argon หรือแก๊สเฉื่อยอื่น ๆ ก็ไม่ควรถูกมองข้ามในด้านความปลอดภัย
2. เสี่ยงต่อไฟไหม้และการระเบิด
หากห้องปฏิบัติการใช้แก๊สไวไฟ เช่น Hydrogen (H₂) การรั่วไหลร่วมกับสภาวะที่เหมาะสมและแหล่งจุดติดไฟสามารถสร้างอันตรายด้านไฟไหม้หรือการระเบิดได้
ความเสี่ยงจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “มีแก๊สรั่วหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งชนิดของแก๊ส ปริมาณการรั่ว การระบายอากาศ แหล่งจุดติดไฟ และสภาพแวดล้อมของห้องร่วมกัน
3. การสัมผัสแก๊สที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
ห้องปฏิบัติการบางประเภทอาจใช้แก๊สหรือสารที่มีความเป็นพิษหรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพหากสูดดม
ระดับความเสี่ยงแตกต่างกันตามชนิดสาร ความเข้มข้น ระยะเวลาสัมผัส และเส้นทางการสัมผัส จึงควรอ้างอิง Safety Data Sheet (SDS) และข้อมูลอาชีวอนามัยของแก๊สแต่ละชนิดก่อนออกแบบระบบและกำหนดมาตรการฉุกเฉิน
4. อันตรายจากแรงดันสูง
ถังแก๊สไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงจากตัวแก๊ส แต่ยังเป็นอุปกรณ์ที่เก็บแก๊สภายใต้แรงดัน
ระบบจึงต้องมีอุปกรณ์ควบคุมแรงดันที่เหมาะสม รวมถึง Regulator, Valve และอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ตรงกับการใช้งาน
OSHA กำหนดข้อควรระวังสำหรับ compressed gas cylinders และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับแรงดัน เนื่องจากความเสียหายต่อวาล์วหรือระบบสามารถก่อให้เกิดอันตรายทางกายภาพได้
5. กระทบเครื่องมือวิเคราะห์และผลการทดลอง
Gas Line ไม่ได้เกี่ยวกับความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเสถียรของเครื่องมือ
เครื่องมือวิเคราะห์บางประเภทต้องการแก๊สที่มี
- Pressure ที่เหมาะสม
- Flow ที่คงที่
- ความบริสุทธิ์ตามที่กำหนด
- ระบบจ่ายแก๊สที่มีเสถียรภาพ
หากระบบมีการรั่วหรือแรงดันไม่นิ่ง อาจทำให้การจ่ายแก๊สไปยังเครื่องมือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด จึงควรตรวจสอบระบบ Gas Line ร่วมกับข้อกำหนดของผู้ผลิตเครื่องมือแต่ละรุ่น
สัญญาณเตือนว่าระบบ Gas Line อาจมีปัญหา
ผู้ดูแลห้องปฏิบัติการควรให้ความสำคัญหากพบอาการผิดปกติ เช่น
- แรงดันบน Pressure Gauge ลดลงผิดปกติ
- ต้องเปลี่ยนถังแก๊สบ่อยกว่าปกติ
- Flow ของเครื่องมือไม่คงที่
- Regulator ปรับแรงดันได้ไม่เสถียร
- พบเสียงผิดปกติบริเวณข้อต่อหรือวาล์ว
- เครื่องมือแจ้งเตือน Gas Pressure หรือ Gas Flow
- มีการแก้ไข เพิ่ม หรือย้าย Gas Line แล้วไม่เคยทำ Leak Test
- Regulator, Valve หรือ Fitting ใช้งานมานานแต่ไม่มีประวัติ PM
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้กลิ่นหรือประสาทสัมผัสของผู้ปฏิบัติงานเป็นวิธีหลักในการตัดสินว่าระบบปลอดภัย ควรใช้วิธีตรวจสอบที่เหมาะสมกับชนิดแก๊สและระบบ รวมถึงอุปกรณ์ตรวจจับเมื่อการประเมินความเสี่ยงกำหนดว่าจำเป็น
หากสงสัยว่าแก๊สรั่ว ควรทำอย่างไร?
หากสงสัยว่ามี Gas Leak สิ่งสำคัญคือไม่ควรพยายามซ่อมระบบโดยไม่มีความรู้หรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม
แนวทางเบื้องต้นควรพิจารณาตาม SOP ของหน่วยงานและ SDS ของแก๊สแต่ละชนิด โดยหลักสำคัญคือ
- หยุดกิจกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยง
- อย่าสร้างแหล่งจุดติดไฟ หากเกี่ยวข้องกับแก๊สไวไฟ
- ปิดแหล่งจ่ายแก๊สเฉพาะเมื่อสามารถดำเนินการได้อย่างปลอดภัย
- แจ้งผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยหรือผู้ดูแลห้องปฏิบัติการ
- ออกจากบริเวณหากมีความเสี่ยงต่อบุคลากร
- ใช้ระบบระบายอากาศหรือมาตรการฉุกเฉินตาม SOP และชนิดแก๊ส
- ไม่กลับเข้าใช้งานพื้นที่จนกว่าจะได้รับการตรวจสอบว่าปลอดภัย
สำหรับเหตุแก๊สอันตราย NIOSH ให้หลักสำคัญว่าควรหยุดการรั่วเฉพาะเมื่อสามารถทำได้โดยไม่สร้างความเสี่ยงต่อบุคลากร พร้อมแยกพื้นที่และระบายอากาศตามความเหมาะสมของเหตุการณ์
กรณีฉุกเฉินให้ปฏิบัติตามแผน Emergency Response ของสถานประกอบการทันที
ป้องกันแก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการได้อย่างไร?
1. ออกแบบ Gas Line ให้เหมาะกับชนิดแก๊สตั้งแต่ต้น
ระบบที่ดีไม่ควรเริ่มจากการเลือกท่อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณา
- ชนิดแก๊ส
- Working Pressure
- Gas Purity
- Flow Rate
- ระยะทางของระบบ
- จำนวนเครื่องมือ
- จำนวน Gas Outlet
- Material Compatibility
- Regulator
- Valve
- Manifold
- วิธีเปลี่ยนถัง
- การระบายอากาศ
- แผนขยายระบบในอนาคต
การออกแบบตั้งแต่ต้นช่วยลดการแก้ไขและเพิ่มจุดเชื่อมต่อภายหลังโดยไม่จำเป็น
2. เลือก Pressure Regulator ให้ตรงกับการใช้งาน
Regulator ไม่ควรเลือกจาก “ขนาดเกลียวต่อได้” เพียงอย่างเดียว
ควรพิจารณาอย่างน้อย
Gas Type → Inlet Pressure → Outlet Pressure → Flow → Material → Connection → Application
ตัวอย่างเช่น ระบบแก๊สสำหรับเครื่องมือวิเคราะห์ที่ต้องการความเสถียรสูง อาจมีข้อกำหนดต่างจากระบบแก๊สทั่วไป จึงควรตรวจสอบข้อกำหนดของทั้งผู้ผลิต Regulator และเครื่องมือปลายทาง
3. ตรวจ Leak Test หลังติดตั้งหรือแก้ไขระบบ
หลังติดตั้ง Gas Line ใหม่ รวมถึงหลังการเปลี่ยนหรือซ่อม
- Regulator
- Valve
- Fitting
- Tubing
- Manifold
- Gas Outlet
ควรมีการตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบด้วยวิธีที่เหมาะสมกับชนิดแก๊สและข้อกำหนดของระบบก่อนนำกลับมาใช้งาน
4. จัดให้มี Preventive Maintenance
อย่ารอให้ระบบแก๊สเกิดปัญหาแล้วค่อยตรวจ
การทำ PM Gas Line สามารถใช้ตรวจสภาพอุปกรณ์สำคัญ เช่น
- Pressure Regulator
- Pressure Gauge
- Valve
- Fitting
- Gas Manifold
- Gas Outlet
- ระบบท่อ
- จุดยึดและโครงสร้าง
- การรั่วของระบบ
ความถี่ในการตรวจไม่ควรกำหนดด้วยตัวเลขเดียวสำหรับทุกห้องปฏิบัติการ แต่ควรอิงกับชนิดแก๊ส ความเสี่ยง ความถี่ในการใช้งาน ข้อกำหนดผู้ผลิต SOP และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ
5. จัดเก็บถังแก๊สให้เหมาะสม
ถังแก๊สควรได้รับการป้องกันไม่ให้ล้ม กระแทก หรือได้รับความเสียหาย และควรจัดเก็บในบริเวณที่เหมาะสมกับชนิดแก๊ส
แนวทาง OSHA สำหรับ compressed gas cylinders ให้ความสำคัญกับการยึดถังให้อยู่ในตำแหน่งมั่นคง รวมถึงการจัดเก็บในบริเวณที่มีการป้องกันและระบายอากาศเหมาะสม
Gas Detector จำเป็นสำหรับห้องปฏิบัติการหรือไม่?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับชนิดแก๊ส ปริมาณ ความเสี่ยง และลักษณะของพื้นที่
ตัวอย่างระบบตรวจจับที่อาจถูกพิจารณา ได้แก่
- Flammable Gas Detector
- Toxic Gas Detector
- Oxygen Deficiency Monitor
- Oxygen Enrichment Monitor
- Detector เฉพาะชนิดแก๊ส
การเลือกระบบตรวจจับต้องดูคุณสมบัติของแก๊ส จุดที่มีโอกาสรั่ว ลักษณะการกระจายตัว ระบบระบายอากาศ และ Risk Assessment ของพื้นที่ ไม่ควรใช้ Detector เพียงชนิดเดียวกับแก๊สทุกประเภท
ระบบ Gas Manifold ช่วยจัดการระบบแก๊สได้อย่างไร?
สำหรับห้องปฏิบัติการที่ใช้แก๊สต่อเนื่องหรือมีหลายเครื่องมือ การใช้ Gas Manifold สามารถช่วยจัดระบบการจ่ายแก๊สให้เป็นระเบียบมากขึ้น
อีกทางเลือกหนึ่งคือ Automatic Gas Change Over ซึ่งออกแบบให้สลับแหล่งจ่ายจากถังหนึ่งไปยังอีกถังเมื่อแรงดันของถังที่ใช้งานลดลง ช่วยรักษาความต่อเนื่องของการจ่ายแก๊ส โดยระบบทั่วไปประกอบด้วย Regulator, Change Over Valve และระบบแสดงสถานะ
ระบบลักษณะนี้เหมาะกับงานวิเคราะห์หรือกระบวนการที่ไม่ต้องการให้ Gas Supply หยุดกลางคัน
เมื่อไหร่ควรเรียกผู้เชี่ยวชาญมาตรวจ Gas Line?
ควรพิจารณาตรวจสอบระบบหากพบว่า
- ไม่เคยทำ Leak Test หลังติดตั้ง
- ไม่มีประวัติ PM
- ต้องเปลี่ยนถังแก๊สบ่อยผิดปกติ
- Pressure ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- Regulator ควบคุมแรงดันไม่นิ่ง
- มีการย้ายเครื่องมือ
- เพิ่ม Gas Outlet
- เพิ่มเครื่อง GC / GC-MS หรือเครื่องมือใหม่
- เปลี่ยนชนิดแก๊ส
- พบอุปกรณ์เก่า เสื่อม หรือมีร่องรอยเสียหาย
- ต้องการปรับปรุงระบบ Gas Line เดิม
- ต้องการออกแบบ Gas Line สำหรับห้องปฏิบัติการใหม่
การตรวจเชิงป้องกันมักจัดการได้ง่ายกว่าการรอให้ระบบเกิดเหตุผิดปกติระหว่างใช้งาน
AxxoChem ให้บริการระบบ Gas Line สำหรับห้องปฏิบัติการและโรงงาน
สำหรับองค์กรที่กำลังวางระบบใหม่ หรือมีระบบเดิมและไม่แน่ใจว่า Gas Line, Gas Manifold, Regulator และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ยังอยู่ในสภาพเหมาะสมหรือไม่
บริษัท แอ๊กโซ เคมิคอลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (AxxoChem) มีบริการเกี่ยวกับระบบ Gas Line สำหรับห้องปฏิบัติการและโรงงาน ได้แก่
- ติดตั้งระบบ Gas Pipeline / Gas Line
- ติดตั้ง Gas Manifold
- ติดตั้งและเลือกอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน
- ตรวจรั่วระบบ Leak Test
- ตรวจจุดเสี่ยงในระบบ
- ตรวจและบำรุงรักษา Regulator
- ตรวจ Valve และ Fitting
- ตรวจ Pressure Gauge
- ตรวจ Gas Outlet
- Preventive Maintenance ระบบแก๊ส
- ปรับปรุง Gas Line เดิม
- วางระบบรองรับการเพิ่มเครื่องมือหรือจุดจ่ายในอนาคต
บริการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของบริการ Gas Line ที่ AxxoChem ระบุไว้สำหรับห้องปฏิบัติการและโรงงาน โดยครอบคลุมระบบที่ใช้แก๊ส เช่น N₂, H₂, Air, He, Ar และ CO₂ ตามลักษณะของหน้างาน
เหมาะสำหรับ
ห้องปฏิบัติการ | มหาวิทยาลัย | ศูนย์วิจัย | โรงงาน | QC Lab | R&D Lab | ห้องเครื่องมือวิเคราะห์ | GC / GC-MS Laboratory



สรุป: ระบบแก๊สที่ปลอดภัย ต้องตรวจสอบได้ตั้งแต่ถังจนถึงเครื่องมือ
แก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ปัญหาที่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข
เพราะระบบแก๊สประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่
Gas Cylinder → Regulator → Manifold → Valve → Fitting → Gas Pipeline → Outlet → Instrument
ความผิดปกติเพียงจุดเดียวอาจส่งผลต่อทั้งความปลอดภัยและความเสถียรของการใช้งาน
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเลือกอุปกรณ์ที่ดี แต่ต้องประกอบด้วย
ออกแบบถูกต้อง + เลือกอุปกรณ์เหมาะสม + ติดตั้งเหมาะสม + Leak Test + Preventive Maintenance + มี SOP ที่ชัดเจน
หากห้องปฏิบัติการของคุณมีระบบ Gas Line เดิมที่ใช้งานมานาน หรือกำลังวางระบบแก๊สสำหรับเครื่องมือใหม่ การตรวจสอบระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางจะช่วยให้สามารถค้นหาจุดเสี่ยงและวางแผนปรับปรุงได้อย่างเป็นระบบ
ต้องการตรวจสอบ ติดตั้ง หรือปรับปรุงระบบ Gas Line?
ปรึกษาทีม AxxoChem สำหรับงานระบบแก๊สในห้องปฏิบัติการและโรงงาน
บริษัท แอ๊กโซ เคมิคอลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด
🌐 Website: www.axxo.co.th
💬 LINE Official: @axxochem
☎️ โทร. 02-346-9239 ต่อ 11
บริการครอบคลุมตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ วางระบบ Gas Line, Gas Manifold, Pressure Regulator, Leak Test ไปจนถึง Preventive Maintenance ตามลักษณะการใช้งานของหน้างาน
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการ
แก๊สรั่วในห้องปฏิบัติการอันตรายอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับชนิดแก๊ส โดยความเสี่ยงอาจรวมถึงการลดระดับออกซิเจน การเกิดไฟไหม้หรือระเบิด การสัมผัสแก๊สที่เป็นอันตราย และอันตรายจากระบบแรงดันสูง
Nitrogen รั่วอันตรายไหม?
แม้ Nitrogen จะไม่ใช่แก๊สไวไฟ แต่การปล่อยแก๊สจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่โดยเฉพาะบริเวณที่ระบายอากาศไม่เพียงพอสามารถสร้างความเสี่ยงจากการแทนที่ออกซิเจนได้ หลักการ oxygen displacement เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ OSHA ระบุสำหรับ compressed gases
Gas Regulator มีผลต่อความปลอดภัยหรือไม่?
มี เพราะ Regulator ทำหน้าที่ลดและควบคุมแรงดันจากแหล่งจ่ายก่อนเข้าสู่ระบบ การเลือก Regulator จึงต้องเหมาะกับชนิดแก๊ส แรงดัน และลักษณะการใช้งาน
ระบบ Gas Line ควรทำ Leak Test เมื่อไหร่?
ควรตรวจตามแผนความปลอดภัยและการประเมินความเสี่ยงของหน่วยงาน โดยเฉพาะหลังติดตั้งใหม่ ซ่อม เปลี่ยนอุปกรณ์ หรือแก้ไขระบบ รวมถึงเมื่อพบอาการแรงดันหรือ Flow ผิดปกติ
Gas Detector แบบเดียวใช้ได้กับแก๊สทุกชนิดหรือไม่?
ไม่ควรเลือกจากแนวคิดแบบเดียวใช้ได้ทั้งหมด เพราะ Gas Detector ต้องสัมพันธ์กับชนิดแก๊ส คุณสมบัติของแก๊ส ความเสี่ยง ตำแหน่งติดตั้ง และสภาพแวดล้อมของพื้นที่
AxxoChem รับตรวจรั่วระบบ Gas Line หรือไม่?
รับ โดยบริการ Gas Line ของ AxxoChem ระบุถึงการ Leak Test, ตรวจจุดเสี่ยง, PM Regulator, Valve, Fitting, Gauge และ Gas Outlet รวมถึงงานติดตั้ง Gas Pipeline และ Gas Manifold สำหรับห้องปฏิบัติการและโรงงาน






